น้ำอิง....มาเล่าให้ฟัง

Blog EntryความสุขAug 17, '08 3:46 AM
for everyone

คนที่มีความสุข...ที่สุดในโลก

คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ร่ำรวย


คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ


แต่คนที่มีความสุขที่สุดในโลกคือ คนที่มีความสบายใจเท่านั้นเอง


เรื่องของผัวเมีย

จักรวาล คู่ขนาน 

ฮ่า ฮ่า เรื่องของคุณสมชายยังไม่จบครับ
หลังจากทะเลาะกับภรรยา ก็กลับถึงบ้าน
ต่างคนต่างไม่พูดจากัน ต่างคนต่างอาบน้ำ
ต่างคนต่างนอน ไม่ยอมพูดกัน

ก่อนจะปิดไฟ คุณสมชายก็นึกขึ้นได้ว่า
พรุ่งนี้ต้องรีบไปต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ แต่เช้า
ก็เลยเขียนข้อความใส่กระดาษ
"พรุ่งนี้หกโมงเช้า อย่าลืมปลุกผม"
ส่งให้ภรรยาที่นอนอยู่ข้างๆ
แล้วสมชายก็หลับพล็อยไป

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณสมชายตกใจตื่นขึ้นมา
ตายละหว่า เจ็ดโมงกว่าแล้ว
อ้าวแล้วเมียเราหละตื่นแล้ว ทำไมไม่ปลุก
คุณสมชายไม่มีเวลาบ่นมากกว่านี้
รีบเข้าห้องน้ำ อาบๆๆแปรงๆๆ
แล้วรีบออกมาแต่งตัว
พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่ง
วางอยู่บนหัวเตียง เขียนว่า
"เจ้าหมูตอน หกโมงแล้ว ตื่นได้แล้ว


                                                         รอยตะปูที่รั้วบ้าน

 

มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก
พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขา 1 ถุง และบอกว่า ...

ทุกครั้งที่รู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคน ให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปที่รั้วหลังบ้าน

วันแรกผ่านไป... เด็กน้อยตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว
แล้วก็ค่อยๆ ลดจำนวนลงเรื่อยๆ

ในแต่ละวันที่ผ่านไป จำนวนตะปูที่ตอกก็ลดน้อยลง น้อยลง ....
เพราะเขารู้สึกว่าการรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ ง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ

และแล้ว หลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้น ใจเย็นมากขึ้น
เขาจึงเข้าไปพบกับพ่อ และบอกกับพ่อของเขาว่า เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้ว
ไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา

พ่อยิ้ม และบอกกับลูกชายว่า
"ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้ โดยทุกๆ ครั้งที่ลูกสามารถควบคุมอารมณ์ฉุนเฉียวของตนเองได้
ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัวทุกครั้ง"


วันแล้ววันเล่า ....
เด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออกทีละตัว
จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 3 จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออกจนหมด
เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อว่า ผมทำได้ ในที่สุดผมก็ทำจนสำเร็จ!

พ่อไม่ได้พูดอะไร แต่จูงมือลูกชายออกไปที่รั้วหลังบ้าน
และบอกกับลูกว่า ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ แต่เจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ

เจ้าเห็นหรือไม่ว่า รั้วนั้นมันไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนกับที่มันเคยเป็น

พ่อจึงบอกลูกว่า...จำไว้นะลูกเมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์ สิ่งนั้นมันจะเกิดเป็นรอยแผล

เหมือนกับการเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคน ต่อให้พูดคำขอโทษสักกี่หนก็ไม่อาจลดความเจ็บปวด กับเขาคนนั้นได้ และจงจำไว้เสมอว่า   คำขอโทษ ไม่ว่าเขา จะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตามแต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็คือ  รอยร้าวที่เขาไม่อาจลืมมันได้ตลอดไป    ฉะนั้นเจ้าอย่าได้ไปทำร้ายคนอื่นไม่ว่าการกระทำหรือ  คำพูด  นะลูก

 


เมื่อวานตอนเย็น   น้ำอิง เข้ามากอดแม่แล้วบอกว่า  น้ำอิงมี เพลงเพราะมาให้แม่ฟังด้วย ซึ่งปกติน้ำอิงก็จะชอบร้องเพลง วัยรุ่นๆๆ  ใหม่ อยู่แล้ว เช่น เพลง เพื่อน  ของใครไม่รู้   เพลงแต่เราก็หากันจนเจอเป็นต้น  วันนี้มาแปลกมาก   เริ่มก็  อุ่นใดๆๆ     เท่านั้นแหละ แม่น้ำตาไหลเลย   แล้วถามว่า


  น้ำอิง=    เมื่อไหร่จะถึงวันแม่คะ
คุณแม่=    อิก  2 อาทิตย์จ้า
 น้ำอิง=     น้ำอิงจะทำไข่เจียวให้คุณแม่ค่ะ
คุณแม่ =    ได้จ้า  แล้วน้ำอิงจะพาคุณแม่ไปไหนคะ
น้ำอิง  =     ไปวัดค่ะ******
คุณแม่=    ดีมากเลยลูก  เพราะคุณแม่ คิดถึงคุณยาย และจะไปทำบุญให้คุณยายจ้า


***   เป็นคำตอบที่ถูกใจมากเลยจ้า***


                                        แม่เขียด




         ใกล้วันเข้าพรรษา แล้ว  ปีนี้คุณพ่อ  ติดงานเรา 2 คนเลยขอไปบ้านคุณยาย ที่ลับแล

แล้วก็ไปบ้านป้าเหมียนที่ พิษณุโลก  โดยปกติ ก้ต้องเตรียม ของไปวัด  แต่ปีนี้ไม่ต้องเพราะ ป้าเตรียมไว้ให้ และถ้าไม่ครบ ก็ค่อยไปซื้อที่โลตัส ใกล้ๆๆบ้านป้า 

แม่มักจะชอบไปบ้าน คุณยาย หรือบ้านป้าเหมียน เพราะ เป้น ครอบครัว เอนเตอร์เทน  และแม่ก็ไม่ต้องคอยดูแล ลิงน้อยตัวนี้ พอไปถึง  ลิงน้อยตัวนี้ก็ทิ้งแม่เลย   ก็จะไปกับ พี่บี  พี่ซี  หรือ พี่มะนาว พี่ผักกาด

อาหารการกิน  จนกระทั่ง อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย โรงเรียนไทย

แม่มาน สบายเลย ไม่มีใครกวน

จนที่บ้าน มักจะถามว่า...ลูกใครกันแน่

 


มีแม่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เย็นวันนั้น ฉันทำอาหารอยู่ในครัว ลูกสาวตัวน้อยแอบมายืนข้างหลัง ไม่ทันระวังฉันหันกลับมาชนเธอล้มลง "อย่ามายืนเกะกะ" ฉันดุใส่ ลูกสาวเดินจากไป ด้วยหัวใจที่ปวดร้าว คืนนั้นฉันได้ยินเสียงกระซิบจากเบื้องลึกของหัวใจว่า "กับคนแปลกหน้าเจ้าสุภาพได้ กับลูกรักชิดใกล้ ทำไมทำได้ลงคอดูที่พื้นครัวสิ ดอกกุหลาบหลากสีที่ลูกอุตส่าห์เก็บมา หวังให้เจ้าแปลกใจตกเกลื่อนอยู่ทั่วไป น้ำตาเธอไหล เหตุใดไม่แลเห็น" ฉันเพิ่งรู้ตัว เลยค่อยๆ ย่องเข้าไปนั่งคุกเข่าข้างเตียงลูก

"ตื่นเถิดคนดี ดอกกุหลาบนี้ลูกเก็บมาให้แม่หรือ" แม่ถาม

"ใช่ค่ะ หนูเห็นดอกกุหลาบบานสวยงามเหมือนคุณแม่ หนูรู้ว่าคุณแม่ต้องชอบโดยเฉพาะดอกกุหลาบสีม่วง" ลูกตอบ ฉันตื้นตันใจมาก

"ลูกรัก แม่ขอโทษจริงๆ ที่เอ็ดหนู" แม่พูด

"แม่ขา ไม่เป็นไรหรอก หนูรักแม่" ลูกตอบ

"แม่ก็รักลูก แม่ชอบดอกกุหลาบของหนูมาก โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีม่วงจ้ะ"

งานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต คุณจึงไม่ควรจะรู้จักแต่จะก้าวหน้าไปในชีวิตการงานเท ่านั้น คุณต้องรู้จักที่จะหยุดพักด้วย ชีวิตที่มีแต่งานเปรียบเสมือนกับหนังสือที่ไม่มีวรรค ตอน ปราศจากย่อหน้า และไม่มีรูปภาพสอดแทรก คนอ่านคงดูแล้วไม่ค่อยน่าอ่านไม่น่าสนใจสักเท่าไร หากเราตายจากไปในวันพรุ่งนี้ อีกไม่กี่วัน นายจ้างก็หาคนใหม่มาทำแทนได้ แต่ครอบครัวที่อยู่ข้างหลังอาจโศกเศร้าไปชั่วชีวิต ลองคิดดูว่าคุ้มไหม หากเราจะทุ่มเทตัวเองให้กับงานมากกว่าครอบครัว และถามตัวเองว่าเราได้ทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดีของลูกพอห รือยัง

หน้าที่ของพ่อแม่ต่อลูก เพราะพ่อแม่ถือว่าเป็นผู้ใกล้ชิดลูกที่สุด มีอิทธิพลในการหล่อหลอมลูกให้เป็นพลเมืองดีหรือเป็นพ ลเมืองร้ายมากกว่าใครๆ เป็นธรรมดาที่พ่อแม่ทุกคนย่อมปรารถนาให้ลูกของตนเป็น พลเมืองดีของสังคม เป็นคนดีของครอบครัวทั้งสิ้น เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์อันนี้ พ่อแม่จำต้องมีจรรยาบรรณ คือมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อลูกของตน เมื่อพ่อแม่ปฏิบัติหน้าที่อันนี้แล้ว นอกจากจะทำให้ลูกเป็นคนดีดังประสงค์ได้แล้ว ยังเป็นเหตุให้ลูกเกิดความสำนึกและซาบซึ้งในตัวพ่อแม ่ว่าเป็นผู้มีพระคุณแก่ตนอย่างแท้จริง และเป็นเหตุจูงใจให้ลูกสนองตอบพระคุณในโอกาสต่อไปด้ว ย พ่อแม่ที่จะได้ชื่อว่าเป็น "พ่อแก้ว แม่แก้วของลูก" นั้น ก็เพราะได้ทำหน้าที่ทั้ง 5 ประการดังจะกล่าวต่อไปนี้ให้ ครบถ้วน บริบูรณ์แล้ว หน้าที่ดังกล่าวนั้น มีแนวปฏิบัติดังนี้คือ

1. ห้ามมิให้ลูกทำความชั่ว ผู้เป็นพ่อแม่นั้นจะต้องเป็นคนขยันในการดูแลลูก เอาใจใส่ในการชี้โทษถูกผิดให้แก่ลูกๆทราบตลอดเวลา ไม่เฉยเมยหรือปล่อยปละละเลย เมื่อเห็นลูกทำความผิดแม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ เพราะจะทำให้เกิดความเคยชินจนติดเป็นนิสัย เช่น นิสัยเล่นการพนัน ติดสิ่งเสพติด การเที่ยวเตร่ การนอนตื่นสาย เป็นต้น การลงโทษลูกที่ทำผิดการแนะนำให้เห็นถึงผลเสียของความ ประพฤติไม่ดีต่างๆ ก่อนที่ลูกจะทำและการห้ามปราม การคาดโทษไว้ล่วงหน้า จัดเป็นหน้าที่ของพ่อแม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

2. แนะนำให้ลูกตั้งอยู่ในความดี ผู้เป็นพ่อแม่นั้น นอกจากคอยห้ามปรามคอยตักเตือนมิให้ลูกของตนทำความชั่ ว ความผิดแล้ว ยังมีภาระต้องแนะนำ ต้องอบรมสั่งสอน ต้องพร่ำบอกให้ทราบถึงว่าอะไรดีควรทำ ทำแล้วจะได้รับผลดีอย่างไร รวมทั้งว่าจะทำอย่างไรจึงจะเรียกว่า "ดี" ด้วย แม้การที่พ่อแม่ทำความดีให้ดูเป็นตัวอย่าง ก็เป็น หน้าที่เช่นกัน และจะได้ผลดีมากกว่าบอกหรือแนะนำให้ทำด้วยซ้ำไป

3. ให้ลูกศึกษาศิลปะวิทยา ผู้เป็นพ่อแม่ต้องมีความกระตือรือร้น มีความสนใจสนับสนุนให้ลูกได้มีความรู้ ความสามารถในวิชาการ ด้วยการอบรมสั่งสอนเองบ้าง ให้ศึกษาเล่าเรียนตามความสามารถบ้าง แม้ว่าจะต้องลำบาก ในการส่งเสีย ก็จำต้องยอมสละ เพราะเป็นหน้าที่ การปล่อยปละละเลย ไม่เอาใจใส่ในการศึกษาเล่าเรียนของลูกก็ดี การกีดกันมิให้ลูกได้ศึกษาเล่าเรียน ตามสติปัญญาเพียงเพื่อเอาไว้ใช้งานก็ดี ถือว่าเป็นพ่อแม่ที่บกพร่องในหน้าที่ อันจะเป็นผลเสียทั้งแก่ตัวลูกตลอดไป และเป็นผลร้ายต่อพ่อแม่เองโดยทางอ้อมในอนาคตด้วย เพราะลูกที่ขาดวิชาความรู้ย่อมหากินไม่เพียงพอใช้จ่ายจึงมีผลกระทบให้ไม่อาจเลี้ยงดูพ่อแม่ในวัยแก่เฒ่าให ้มีความสุขได้

4. หาคู่ครองที่สมควรให้ลูก ผู้เป็นพ่อแม่ต้องรับภาระในเรื่องคู่ครองของลูก แม้ว่ากาลสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปในการเลือกคู่ โดยให้สิทธิเขาได้เลือกเอง ถึงกระนั้นก็ตามพ่อแม่ก็ยังต้องคอยสอดส่องการคบเพื่อ นต่างเพศของลูกด้วย คอยเป็นพี่เลี้ยงให้ คอยแนะนำให้รู้ว่าชายดีที่เหมาะจะเป็นสามีที่ดีนั้นค ือคนเช่นไรหญิงดีที่เหมาะ จะเป็นศรีภริยานั้นคือคนเช่นไร เป็นต้น การคอยสอดส่องแนะนำและป้องกันมิให้ลูกเลือกคู่ครองตามอำเภอใจ  เพื่อป้องกันความผิดพลาดเช่นนี้ จัดว่าเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ประการหนึ่งที่จะละเว้นมิ ได้

5. มอบทรัพย์ให้แก่ลูกในสมัย ผู้เป็นพ่อแม่ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลประคับประคองบุตร ธิดาด้วยเงินทองจนกว่าเขาจะ รักษาตัวเองได้ คือ ในสมัยที่ลูกยังมิได้แยกครอบครัว ก็ต้องหาทรัพย์ให้จับจ่ายใช้สอย เพื่อหาความรู้หาวิชาใส่ตน ทั้งเพื่อความสนุกบันเทิงเป็นครั้งคราว ในสมัยที่ลูกแต่งงานแยกครอบครัว ก็ต้องมอบทรัพย์สมบัติอันเป็นทุนรอนให้บ้างเพื่อให้ต ั้งตัวได้ ในสมัยที่ตัวเองจะสิ้นชีวิต ก็ต้องมอบทรัพย์มรดกที่มีอยู่แก่ลูกๆตามความเหมาะสม เพื่อเป็นตัวแทนของตนให้ลูกถึงตนอยู่เสมอ การหาทรัพย์แล้วมอบให้ลูกของตนเช่นนี้ จัดเป็นหน้าที่ของพ่อแม่อีกประการหนึ่ง

พ่อแม่ผู้ปฏิบัติตามหน้าที่ทั้ง 5 ประการนี้ ถือว่าได้ประพฤติตามจรรยาบรรณที่ท่านกำหนดไว้เป็นหลั ก และจัดว่าได้ประพฤติเป็นธรรม และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีโดยแท้ ผลที่ได้รับ นอกจากจะทำให้บิดามารดาได้รับความรักนับถือจากบุตรธิ ดาแล้ว ยังเป็นเหตุให้สังคมส่วนรวมพลอยสงบสุขและเรียบร้อยไป ด้วย

ข้อคิด 12 ประการสำหรับการเป็นพ่อแม่ที่ดี

1) ฉันจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเขา

2) ฉันจะสร้างให้เขาภูมิใจ ในคุณค่าของตัวเองให้มากๆ

3) ฉันจะเลิกเปรียบเทียบเขากับพี่น้องคนอื่น

4) ฉันจะชมเขามากกว่าวิจารณ์ด่าทอเขา

5) ฉันจะให้กำลังใจเขา ไม่ซ้ำเติม เมื่อเขาผิดพลาด

6) ฉันจะมีเวลาให้เขามากขึ้น ลดงานและข้ออ้างต่างๆ ให้น้อยลง

7) ฉันจะกอดเขา จะบอกให้เขารู้ว่าฉันรักเขาทุกวัน

8) ฉันจะพูดกับเขา แทนการใช้อำนาจกับเขา

9) ฉันจะมองเขา รับฟังเขาให้มากขึ้น

10) ฉันจะไม่ผลักดัน คาดหวังให้เขาต้องมาเติมความความฝันที่ฉันเอาเติมให้ กับตัวเองไม่ได้

11) ฉันจะไม่นำความต้องการของฉัน มาเป็นเงื่อนไขบีบบังคับให้เขามาเป็นบุคคลที่ฉันต้องการ

12) ฉันจะบอกให้เขารู้ว่า ไม่ว่าเขาจะเป็นเช่นไรเขาคือคนที่ฉันรักและภูมิใจมาก ที่สุด

เชื่อว่าหากคุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ดังนี้ปัญหาวัยรุ ่นในสังคมจะหมดไป และอนาคตของลูกหลานไทยก็จะสดใส ประเทศก็จะก้าวหน้ารุ่งเรืองและเข้มแข็ง

1. เพื่อให้บิดามารดาสำนึกในหน้าที่ของการเป็นพ่อแม่ที่ ดี

2. เพื่อรักษาคุณภาพความเป็นมนุษย์ไว้ในฐานะผู้ให้

3. เพื่อแก้ปัญหาสังคมเรื่องบิดามารดาทอดทิ้งบุตรธิดา

4. เพื่อสร้างหลักประกันให้แก่สังคมระหว่างบิดามารดากับ บุตรธิดา

5. เพื่อจรรโลงคุณธรรมของบิดามารดาไว้ในสำนึกของบุตรธิด า

6. เพื่อป้องกันมิให้บุตรธิดาประพฤติเสียหาย เพราะไม่มีผู้ดูแลเอาใจใส่

7. เพื่อให้บุตรธิดาได้เห็นแบบอย่างและแนวทางในการประพฤ ติปฏิบัติตัวที่ดีในสังคม

8. เพื่อให้บิดามารดาคอยประคับประคอง เป็นพี่เลี้ยงบุตรธิดาจนกว่าจะช่วยตัวเองได้ ไม่เป็นภาระแก่สังคม

หากพ่อแม่ได้ปฏิบัติตามหน้าที่ของท่านมาเป็นอย่างดี ไม่มีขาดตกบกพร่อง ไม่กลัวต่อความยากลำบากอย่างครบถ้วน บริบูรณ์แล้ว เชื่อเหลือเกินว่าคนแรกที่อยู่ในหัวใจลูกๆ คือพ่อแม่ เพราะแม่คือหัวใจของบ้าน ... .. .



ขออนุญาต  คัดลอกนะคะ  เพราะชอบเลยเอามาให้อ่านกันค่ะ....เมล์จากคุณพ่อส่งมาให้

 

Hold My Hand                                                              
                                                                           

Here is a short story with a beautiful message...                          
นี่คื่อเรื่องสั้นที่ส่งพร้อมกับข้อความที่สวยงาม                                            
                                                                           
Little girl and her father were crossing a bridge.                        
มีพ่อลูกคู่นึงกำลังจะข้ามสะพาน                                                    
The father was kind of scared so he asked his little daughter,            
คุณพ่อค่อนข้างกลัวเล็กๆ เลยบอกลูกสาวตัวน้อยของเขาว่า                                
'Sweetheart, please hold my hand so that you don't fall into the river.'  
ลูกรักจ๊ะ จับมือพ่อไว้สิ หนูจะได้ไม่ตกลงไปในแม่น้ำ                                      
The little girl said, 'No, Dad. You hold my hand.'                        
เด็กน้อยกล่าวว่า 'ไม่ค่ะพ่อ พ่อหน่ะแหละจับมือหนู'                                      
'What's the difference?' Asked the puzzled father.                        
.'มันต่างกันยังไงจ๊ะลูก' พ่อถามด้วยความสงสัย                                        
'There's a big difference,' replied the little girl.                      
'มันต่างกันมากเลยค่ะพ่อ' เด็กน้อยกล่าว                                            
'If I hold your hand and something happens to me,                          
'ถ้าหนูจับมือพ่อ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นกับหนู,                                            
chances are that I may let your hand go.                                  
มันมีโอกาสที่หนูจะปล่อยมือพ่อ                                                      
But if you hold my hand, I know for sure that no matter what happens,      
แต่ถ้าพ่อจับมือหนู หนูรู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น                                          
you will never let my hand go.'                                            
พ่อไม่มีวันปล่อยมือหนูแน่นอน'                                                      
                                                                           
                                                                           
In any relationship, the essence of trust is not in its bind, but in its  
bond.                                                                      
ในทุกความสัมพันธ์ สิ่งสำคัญของความเชื่อมั่น ไว้ใจ ไม่ใช่อยู่ที่สาระของมัน แต่เป็นความรู้สึกกับมัน    
                                                                           
So hold the hand of the person who loves you rather than expecting them to
                                                                           
hold yours...                                                              
****เพราะฉะนั้น จงจับมือคนที่รักคุณ ***

***ดีกว่าที่จะหวังไว้เค้าจับมือคุณ    ****                          
                                                                           
This message is too short......but carries a lot of Feelings.              
ข้อความนี้สั้นเกินไป แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกมากมาย                                     
                             


แต่เราก็หากันจนเจอ แต่เราก็หากันจนเจอ......ได้ยินแต่ท่อนนี้ทู๊กวัน จนคุณแม่ต้อง ไปหามาให้ร้องจนจบ คุณแม่ไปหาเพลงจนเจอ แต่คุณลูกร้องจนได้...จบ แบบไหนต้องมาฟังกัน 555

                                   หากันจนเจอ

             สิ่งที่ฉันหวัง สิ่งที่ฉันคอย อาจดูเหมือนเลื่อนลอย เกือบจะฝันไป

          มองหาคนๆนึง ที่ไม่รู้เป็นใคร และไม่รู้เมื่อไหร่ จะพบคนผู้นั้น

           ส่วนชีวิตชั้น บอกเลยว่ามี เจอะคนที่แสนดี อยู่ทุกๆวัน

          เพียงแค่ไม่มีใคร ที่จะฝันตรงกัน แต่ว่าฉันมั่นใจ จะพบในไม่ช้า

        * อาจบางที ในเมืองกว้างใหญ่   หมอกและควันช่วยกันพรางตา   (ท่อนนี้...ซำบายๆๆ)

           มีขอบรั้วและกำแพงสร้างมา   ตึกและฟ้าคอยบังเราอยู่  

          **แต่เราก็หากันจนเจอ   มันนานแค่ไหนที่คอยเธอมา            (ท่อนนี้ชำนาญมาก)  

          รู้สึกไหม   ว่าชีวิตคุ้มค่า เมื่อมีใครสักคนข้างกาย

            เกิดมาเพื่อหาใครคนหนึ่ง เป็นคนที่ฟ้าสร้างมา  ตรงใจ

          เราต่างรู้โลกมันแสนกว้างใหญ่ แต่มันคงไม่ยากเกินไป ที่ฉันจะพบเธอ - -

          อาจมีสักครั้ง ที่เรา2คน ผ่านทางที่วกวน อยู่ใกล้ๆกัน

 

 

    ใบไม้เพียงใบหนึ่ง หล่นตอนที่เดินผ่าน ฉันคงจะมองมัน เมื่อเธอเดินผ่านมา (*,**)


มีคนเล่าให้ฟังว่า... สมัยก่อน...คุณพงษ์เทพ  กระโดนชำนาญ...ศิลปินเพล งเพื่อชีวิต.. 
แกอยู่ในป่า...กับเพื่อน 
5 - 6 คน...ทุกวันก็จะเปลี่ยนเวรกัน...ล่าสัตว์ป่า...มาทำอาหาร... 
วันหนึ่ง...เป็นเวรของคุณพงษ์เทพ
 < /SPAN> แกก็คว้าปืนยาว...สะพายบ่า...เดินเข้าป่าไป... 
อาหารโปรดของคุณพงษ์เทพ...คือแกงเนื้อลิง...
 
พอเดิน เข้าป่าไปได้สักพัก
 เห็นลิงตัวหนึ่ง...นั่งอยู่บนต้นไม้...หันหลังให้.. 
แกก็รีบยกปืนประทับบ่า..ยิงเปรี้ยง...ไปที่ตัวลิง..
 
เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เกิดข ึ้น...ปกติ...ลิงพอถูกยิง..จะหล่นตุ๊บ...จาก
   ต้นไม้ทันที... 
แต่ลิงตัวนี้...นั่งจับกิ่งไม้เฉย...ไม่หล่นลงมา...จะว่ายิงไม่ถูก...ก็ไม่น่าเป็นไปได้...
 
เพราะคุณพงษ์เทพ...แกยิงปืนแม่น...ระยะแค่นี้
 เป้าใหญ่ขนาดนี้...ไม่พลาดแน่นอน... 
ในขณะที่กำล
งสงสัยอยู่นั้น...ลิงตัวที่ถูกยิง...ร้องโหยหวน...เสียงดังมาก... ฝูงลิงที่แยกย้าย 
กันออกหากินอยู่บริเว ณใกล้ๆ วิ่งแห่กันเข้ามาหาลิงตัวที่ถูกยิง 
แล้วร้องโหยหวนเหมือนกันหมด... แกตกใจ...ยืนตกตะลึง...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น... 
สักครู่...ลิงตัวที่ถูกยิง...
 โยนวัตถุเล็กๆ...สีดำ ๆ..ชิ้นหนึ่ง...ให้กับลิงตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด... 
แล้วก็หล่นตุ๊บ...ลงมาจาก ต้นไม้...คุณพงษ์เทพ...รีบวิ่งไปดู...
 
ลิงถูกยิงเข้าที่หลัง...
 
ทะลุหน้าอก...เลือดแดงฉาน..เต็มตัว...
 
คุณพงษ์เทพเห็นแล้ว...ต้องเบือนหน้าหนี...
 
ลิงที่ตกลงมา...เป็นลิงแม่ลูกอ่อน...ขณะที่ถูกยิง...เธอกำลังให้นม ลูก...
 
ลูกตัว น้อย...กำลังดูดนมอย่างมีความสุข...ทันทีที่ถูกยิง..
 
ถ้าเป็นลิงตัวอื่นจะหล่นตุ๊บ...ลงจากต้นไม้..
 
แม่ลิงตัวนี้...ยังหล่นไม่ได้...ยังตายไม่ได้.. 
เพราะเธอยังมีภารกิจใหญ่หลวงที่ต้องทำ...คือ...รักษาชีวิตลูกน้อย...ให้พ้นอันตราย...
 
เธอกัดฟัน...โหนกิ่งไม้ไว้...แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ...มองดูเลือดที่ไหลหยดเป็นทาง
 
ด้วยความตกใจ...พยายามรวบรวมพละกำลังที่ยังพอมีเหลือทั้งหมด...
 
ตะโกนสุดเสียง...ร้องเรียก...ฝูงลิงเข้ามาใกล้ๆ..
 
แล้วก็ฝากฝัง...ให้เลี้ยงลูกน้อยแทนเธอ
 
หลังจากโยนลูกให้จ่าฝ ูงแล้ว...มองดูลูก...ถูกพาไปจนลับสายตาแล้ว..
 
แน่ใจว่า...ลูกปลอดภัยแล้ว...จึงหลับตา...แล้วหล่นลงมา..ตาย..
 
คุณพงษ์เทพ...ก้มมองหน้าลิง..แล้วร้องไห้...เพราะที่เบ้าตาลิง...มีหยดน้ำตาใสๆ
 
กำลังไหลริน...คุณพงษ์เทพ..รีบเดินกลับที่พัก...เอาปืนไปเผาทิ้ง...
 
ไม่ยอมออกล่าสัตว์อีกเลย...ตลอดชีวิต..
 
และภาพความรักที่ยิ่งใหญ่..ของแม่ลิง...ที่มีต่อลูกน้อย ...
 < /SPAN>เป็นแรงบันดาลใจ 
ให้พงษ์เทพ...แต่งเพลงขึ้น มาเพลงหนึ่ง... 
ชื่อว่า...
 'ลิงทะโมน... เพื่อยกย่อง...เชิดชู...คุณค่าของความรัก...ที่แม่...มีต่อลูก 
***************** 

แม่นะหรือ... คือผู้สร้าง ทุกสิ่ง อันยิ่งใหญ่
 
คือผู้รัก ลูกตน กว่าใครใคร
 
คือผู้คอย ห่วงใย ทุกเวลา
 

คือคนร้อน
 เมื่อลูกรุ่ม 
กลุ้มเรื่องทุกข์
 
คือคนสุข เมื่อลูกนั้น มีหรรษา
 
คือคนปลอบ
 เมื่อลูกเหงา เศร้าอุรา 
คือคนคอย ให้เมตตา ลูกทุกคราว
 

เป็นสายฝน
 คอยช่วยให้ ลูกสดชื่น 
เป็นผ้าผืนคอยห่มให้ เพื่อคลาย ห นาว
 
เป็นกระโถน
 คอยรับทุกข์ ทุกเรื่องราว 
เป็นบันได ไต่ดาว ลูกก้าวไป
 

เป็นคุณครู
 ผู้สอนสั่งทุกอย่างหนอ 
เป็นคุณหมอ คอยรักษา จะหาไหน
 
เป็นทุกสิ่ง ทุกอย่าง
 ได้ดั่งใจ 
จะหาใครได้เท่าแม่เหมือนไม่มี
 

สาธยาย อย่างไร คงไม่หมด
 

         และเมื่อน้ำอิงไป รร แล้ว  แม่ก็ทำงานบ้าน แล้วก็เข้าเน็ท  แล้ว ก็นัดแนะกับ  เจ้าโอ๋ แม่น้องเฟรมว่าจะไปกาดโก้งโค้งกันเพราะ แม่จะต้องไปทำธุระ ร.พ สวนดอกพอดี นัดกับอุ๋ย..แม่น้องพู์ไว้  
แล้วก็ไปกาดนัดกันกับ โอ๋    แล้วก็เล่าเรื่องขนมครกกันด้วยความแค้นใจ(อะไรกันเนี่ย)
โอ๋     พี่เขียด แถวกาดแม็คคอมิคมีขายทุกวัน   เริ่มขาย บ่าย 2- 20.00โน้น

งั้นวันนี้จะไปรับน้ำอิงเร็วหน่อยแล้วก็จะแวะซื้อขนมครกไปให้เด็กๆๆกินกันทั้งห้องเลย
และเมื่อเดินกาดเสร็จ  ก็ไปส่งโอ๋   แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตา ไปซื้อ ขนมครก
พอไปถึง  มีค่ะ  มีแต่ร้าน  ไม่มีขนมครก(สงสัยยังไม่ขายมั้ง)  นี่ก็เวลา บ่าย 3 กว่าๆๆแล้วนี่
แล้วก็เลยไม่รู้ว่า  วันนี้ขนมครกมาป่าว(ไม่ได้โทรไปถามโอ๋เลยย)
     จากนั้นก็ไปรับลูกโดยไม่มีเจ้าขนมครกเลยยย

ถึง ร.ร  ไปรับน้ำอิงในห้อง  ครูออย(ครูประจำชั้น) ก็บอกว่า  เมื่อเช้าครูบีเล่าให้ฟังแล้ว  แล้วก็หัวเราะ555
แต่แม่ยังหัวเราะไม่ออก  

แม่          ครูออย เรื่องขนมครกเรียนจบยัง
ครูออย    ว่าได  มันคาใจก๊ะ  พี่เขียด   ไว้วันจันทร์อิกวันละกัน

แม่          เดี๋ยวพี่จะซื้อมาเลี้ยงทั้งห้องเลยยย   ถ้าหาไม่ได้อิก ก็จะเลิกคบ กับขนมครกแล้ว
ครูออย     555

และวันนี้วันอาทิตย์  แม่ตื่นแต่เช้ากับน้ำอิง  ด้วยความเคยชิน เพราะปกติก็ตื่นไปตักบาตรกันอยู่แล้ว
และวันนี้เราสองคนก็ได้เจอเจ้าขนมครก  และได้นำเจ้าขนมครกกลับบ้านด้วยกัน
เช้านี้เป็นเช้าที่ อากาศสดใส และเราก้มีความสุขมาก เพราะเราหาเจ้าขนมครกเจอแล้ว
แล้วน้ำอิงก็ยืนดูแม่ค้า หยอด+แคะ ขนมครก อย่างมีความสุข  และได้หอบไปฝากเพื่อนที่ ร.ร  ในวันพรุ่งนี้อิก

แล้วเราก็ได้ใส่บาตรกันที่กาดแม่โจ้ด้วย
เป็นอันว่า  ภาระกิจนี้สำเร็จแล้ว.........เย้ๆๆๆๆๆ
และแล้วพระเอก+นางเอกก็ได้เจอกัน   (เหมือนหนัง.ละครเลย)
นึกว่าจะมีต่อซะแล้ว.....จบบริบูรณ์

เรื่องมีอยู่ว่า....ที่ รร.วารีนี่เอง ทางครูประจำชั้นก็มีจดหมายให้ผู้ปกครอง...หาขนมครกให้ลูกเพื่อไปเรียนรู้เกี่ยวกับเจ้าขนมครกในวันศุกร์   แต่ทาง  รร.ได้แจ้งมา ก่อนหน้าหลายวันแล้ว
ด้วยว่า  ยังเหลือเวลาหลายวันและซื้อเก็บไว้ก็ไม่ดีแน่ เพราะปกติ ก็มี ตลาดนัด(กาดนัด) รวมโชค ทุกวันจันทร์กับ วันอังคาร  และช่วงนี้ฝนก็ตกเกือบทุกวัน  ทำให้แม่ค้าหยุด

เอาแล้วซี  วันนี้ก็วันพฤหัสบดีแล้ว  แม่ก็ยังหาไม่ได้  ก็ช่วยกันหากับแม่ปอ(แม่ของรวงข้าว เพื่่อนห้องเดียวกัน)  แม่ปอ ก็ไม่ได้
เจ้าลูกสาวก็จะให้แม่หาให้ได้  ก็ตามใจ...ลองดูซักตั้งดิ   ก็เริ่มขับรถออกไปซื้อที่ กาดรวมโชค  อุแหม่..
เจ้าฝนเริ่มตก  แล้วก็แรงขึ้นเรื่อยๆๆ   เริ่มมองไม่คอยเห็นทาง    
แม่      น้ำอิงจ๋าฝนตกอย่างนี้ไม่มีใครขายหรอกลูก   กลับบ้านเน๊าะ
น้ำอิง   ก็ลองไปดูก่อนซี้
แม่      ก็ฝนตกหนักนี่ลูก
น้ำอิง   เราอยู่ในรถ  ไม่เห็นจะเป็นไรเลย
แม่       เงียบ...อึ้ง+อารมณ์ บ่ จอย
และแล้วก็ถึง กาดรวมโชค ฝนยังตกหนักอยู่   แม่ก็ลงไป  โดยใช้แจ็คเก็ตของคุณพ่อคลุมไป
และแล้วก็ไม่มี ตามที่คิดไว้      ก็คิดว่า การตามหาขนมครกคงจบลงแล้ว......ป่าวเลย

แม่         ไม่มีค่ะน้ำอิง    
น้ำอิง      แต่มันอาจจะมีที่่่คาร์ฟู  นะคะ  แม่ลองไปดูซิ    
แม่        เริ่มถอนหายใจ.....แล้วพูดว่า    งั้นเราจะไปที่คาร์ฟูกัน แล้วถ้าไม่มี  น้ำอิง ต้องยอมกลับบ้านและ ไม่งอแง  นะคะ    สัญญากันก่อน

แล้วน้ำอิง กับ แม่ก็สัญญากัน

ถึงคาร์ฟู     เราก็ตามหาเจ้าขนมครกกัน    สรุปแล้ว  ไม่มี   แต่เจอ  เจ้าทาโกะยากิ(ของชอบ)

น้ำอิง         แม่คะ  นี่ไง  อะไรน๊า    ๋อยากกิน
แม่             ไม่พูดแล้วก็หยิบมา......แล้วก็เดินไป  รอจ่ายตังค์        (ระหว่างที่รอ จ่ายตังค์  คุณพ่อก็โทรเข้ามา)

เรื่องมีอยู่ว่า....ที่ รร.วารีนี่เอง ทางครูประจำชั้นก็มีจดหมายให้ผู้ปกครอง...หาขนมครกให้ลูกเพื่อไปเรียนรู้เกี่ยวกับเจ้าขนมครกในวันศุกร์   แต่ทาง  รร.ได้แจ้งมา ก่อนหน้าหลายวันแล้ว
ด้วยว่า  ยังเหลือเวลาหลายวันและซื้อเก็บไว้ก็ไม่ดีแน่ เพราะปกติ ก็มี ตลาดนัด(กาดนัด) รวมโชค ทุกวันจันทร์กับ วันอังคาร  และช่วงนี้ฝนก็ตกเกือบทุกวัน  ทำให้แม่ค้าหยุด

เอาแล้วซี  วันนี้ก็วันพฤหัสบดีแล้ว  แม่ก็ยังหาไม่ได้  ก็ช่วยกันหากับแม่ปอ(แม่ของรวงข้าว เพื่่อนห้องเดียวกัน)  แม่ปอ ก็ไม่ได้
เจ้าลูกสาวก็จะให้แม่หาให้ได้  ก็ตามใจ...ลองดูซักตั้งดิ   ก็เริ่มขับรถออกไปซื้อที่ กาดรวมโชค  อุแหม่..
เจ้าฝนเริ่มตก  แล้วก็แรงขึ้นเรื่อยๆๆ   เริ่มมองไม่คอยเห็นทาง    
แม่      น้ำอิงจ๋าฝนตกอย่างนี้ไม่มีใครขายหรอกลูก   กลับบ้านเน๊าะ
น้ำอิง   ก็ลองไปดูก่อนซี้
แม่      ก็ฝนตกหนักนี่ลูก
น้ำอิง   เราอยู่ในรถ  ไม่เห็นจะเป็นไรเลย
แม่       เงียบ...อึ้ง+อารมณ์ บ่ จอย
และแล้วก็ถึง กาดรวมโชค ฝนยังตกหนักอยู่   แม่ก็ลงไป  โดยใช้แจ็คเก็ตของคุณพ่อคลุมไป
และแล้วก็ไม่มี ตามที่คิดไว้      ก็คิดว่า การตามหาขนมครกคงจบลงแล้ว......ป่าวเลย

แม่         ไม่มีค่ะน้ำอิง    
น้ำอิง      แต่มันอาจจะมีที่่่คาร์ฟู  นะคะ  แม่ลองไปดูซิ    
แม่        เริ่มถอนหายใจ.....แล้วพูดว่า    งั้นเราจะไปที่คาร์ฟูกัน แล้วถ้าไม่มี  น้ำอิง ต้องยอมกลับบ้านและ ไม่งอแง  นะคะ    สัญญากันก่อน

แล้วน้ำอิง กับ แม่ก็สัญญากัน

ถึงคาร์ฟู     เราก็ตามหาเจ้าขนมครกกัน    สรุปแล้ว  ไม่มี   แต่เจอ  เจ้าทาโกะยากิ(ของชอบ)

น้ำอิง         แม่คะ  นี่ไง  อะไรน๊า    ๋อยากกิน

แม่          ทาโกะยากิค่ะ.....ช่ายยยนู่ชอบ

แล้วเราสองคนก็กลับบ้านกัน     เรื่่องยังไม่จบ  เมื่อแม่ได้คุยกับแม่ จิ   และได้คำแนะนำว่า  ที่กาดแม่โจ้ ตอนเช้าๆๆ  จะมีขาย    
แม่         จะอะไรกับเจ้าขนมครกนัก.....พรุ่งนี้จะเซอร์ไพร์ น้ำอิง

ตื่นเช้าเราก็รีบออกไปที่ตลาด ก่อนที่รถจะมารับ น้ำอิงไป รร.   06.15
พอไปถึงก็ตรงไปถาม แม่ค้าแถวนั้น  เพราะ..มองหาแล้วไม่เจอ

แม่ค้า         วันนี้แม่ค้าขนมครกหยุดจ้า

แม่            ขอบคุณค่ะ.(อึ้งๆๆๆ)....แล้วก็ขับรถกลับบ้านโดยไม่มีเจ้าขนมครกกลับมาด้วย

                พอถึงบ้าน..รถครูบี ก็มารอรับพอดี  ก็เลยเล่าให้ครูบีฟัง

มีต่อ.....


สิ่งที่ลูกไม่อยากให้พ่อแม่ทำคือคำว่า “อย่า” ทั้งหลาย 

อย่าเอาแต่ตำหนิติเตียน 
อย่า ใช้คำรุนแรงบาดใจ 
อย่า ระบายอารมณ์กับลูกเมื่อมีอารมณ์โกรธ 
อย่า ทำให้ลูกอับอายต่อหน้าคนอื่น 
อย่า ทำตามใจไร้ขอบเขตจนเสียคน 
อย่า ควบคุมลูกจนไม่สามารถเป็นตัวของตัวเอง 
อย่า ประจานลูก หรือจงใจทำให้ลูกอับอาย 
อย่า บ่น (การบ่น คือการพูดในแง่ลบของทุก ๆเรื่อง) 
อย่า พาล ออกคำสั่งโดยไม่มีเหตุผล 
อย่า ลงโทษโดยไม่ได้สอบถาม 
อย่า ขู่เด็ก ไล่เด็กออกจากบ้าน 
อย่า เปรียบเทียบกับเด็กอื่น 
อย่า เลี้ยงลูกแข่งกับใคร 
อย่า ใช้อารมณ์โดยไม่ใช้เหตุผล 
อย่า มองโลกในแง่ร้าย 
อย่า คาดหวังลูกมากเกินความสามารถของลูก


Blog Entryธรรมะ อย่าลืมMay 12, '08 7:12 AM
for everyone

จากการได้เข้ามาสัมผัส ในครอบครัวเล็กๆ อันแสนอบอุ่น ครอบครัว ที่หล่อหลอมลูก ให้เติบใหญ่ ขึ้นด้วยธรรมะ ทำให้เราพบคำตอบและวิธีการเลี้ยงดูลูก เพื่อไม่ให้เขาพบ ความล้มเหลวในชีวิต เพราะหาก พ่อแม่จะมอบ ทุกสิ่งทุกอย่าง ให้กับลูกหมดชีวิต ก็ไม่อาจทำให้ลูกมีที่พึ่ง และแก้ไขปัญหา ในชีวิต อย่างถูกวิธีได้ จึงจัดว่าเป็นการให้ของพ่อแม่ ที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แต่หากเราปลูกฝังธรรมะให้กับลูกตั้งแต่เล็ก เขาจะเติบใหญ่ขึ้นเป็นลูกที่ดี เป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์ที่น่ารัก เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวัน ข้างหน้า ได้อย่างสมบูรณ์

            อย่าปล่อยเวลาที่เขากำลังเติบโตให้ผ่านไปเรื่อยๆ อีกเลย หรือทำให้เวลาของเขากลายเป็นช่วงเวลาแห่งการ ฝึกความเป็นเลิศทางด้านการศึกษา กีฬา ดนตรีแต่เพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาคือ การเป็นคนดี ....




Blog Entryกิ๊ก...Apr 18, '08 10:05 AM
for everyone

อยู่มาวันหนึ่ง  น้ำอิงก็มาถามแม่ว่า

น้ำอิง      คุณแม่มีกิ๊กไม๊

คุณแม่    มีค่ะ  

น้ำอิง      ชื่ออะไรค่ะ   ชื่อพ่อโอ รึป่าว

คุณแม่     อืมมมม    คิดดูก่อน.....

น้ำอิง      ถ้าไม่ไช่พ่อโอนะ น้ำอิงจะไม่ให้คุณแม่มีลูกชื่อน้ำอิงเลย

คุณแม่    แล้วถ้าใช่หล่ะ

น้ำอิง      งั้นน้ำอิงก็เป็นลูกคุณแม่ค่ะ

คุณแม่    แล้วจะดีไม๊ค่ะ   ลูกดื้อค่ะ  มากด้วย

น้ำอิง     ต่อไปน้ำอิงจะไม่ดื้อค่ะ

ปล.   ขอให้มันจริงเห๊อะๆๆๆๆๆ


Blog Entryงานของคุณพ่อ 2Apr 13, '08 5:34 AM
for everyone








ด็กม้งลาวเสียชีวิต 1 ราย คาดป่วยมือ เท้า ปาก

เด็กม้งลาวที่บ้านห้วยน้ำขาว จ.เพชรบูรณ์ เสียชีวิต 1 ราย และป่วยหนักอีก 1 ราย คาดจากโรคมือ เท้า ปาก แพทย์จากหน่วยระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ต้องลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อหวั่นโรคร้ายลุกลาม

  เด็กม้งลาวที่ศูนย์อพยพเข็กน้อยตาย 1 ราย และป่วยหนักถูกส่งไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสระบุรี อีก 1 ราย โดยมีอาการใกล้เคียงกับโรคมือ เท้า ปาก ทำให้ น.พ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา หัวหน้าฝ่ายระบาดวิทยาของสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยฝ่ายเฝ้าระวังของสำนักงานระบาดวิทยาเขต 9 พิษณุโลก ต้องเดินทางเข้าตรวจหาเชื้อที่บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และนำส่งตรวจที่กระทรวงต่อไป เบื้องต้นพบว่า สถานการณ์น่าเป็นห่วงเพราะอาศัยอยู่กันอย่างแออัด 

 นางแมคกี้ วีโด้ หัวหน้ากลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนที่มาประจำรักษาและดูแลม้งลาวที่บ้านห้วยน้ำขาว กล่าวว่า น่าเป็นห่วงมากเพราะเด็กม้งลาวมีมากกว่า 2 หมื่นคน ที่แพทย์ไร้พรมแดนต้องเฝ้าดูแล ส่วนทีมแพทย์ที่มาจากกรุงเทพฯ ลงพื้นที่และเก็บตัวอย่างกรณีที่เด็กม้งลาวเสียชีวิตไปนั้น ยังหาสาเหตุอยู่ว่า การตายของเด็กนั้นเกิดจากโรคมือ เท้า ปากหรือไม่ ดังนั้นจากนี้ไปแพทย์ไร้พรมแดนจะต้องประสานไปยังโรงพยาบาลเขาค้อ และโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เพื่อขอความร่วมมือในการเฝ้าระวังโรค หากพบว่าเป็นการเสียชีวิตด้วยโรคมือ เท้า ปาก ก็จะหาทางป้องกันต่อไป


Blog Entryงานของคุณพ่อApr 13, '08 5:34 AM
for everyone
เตือนรับประทานเมล็ดมันแกวต้ม เมล็ดฝิ่นต้นเป็นพิษถึงตาย

กรมควบคุมโรคเผยพบชาวศรีสะเกษนำเมล็ดมันแกวมาต้มกิน ทำให้อาเจียน ท้องร่วง เสียชีวิต 1 คน ระบุกินมากมีพิษกระตุ้นระบบหายใจ กดการหายใจ ชัก อาจเสียชีวิตได้ ขณะที่นักเรียนพิจิตร กินเมล็ดฝิ่นต้น อาเจียน ปวดศีรษะ มึนงง รุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพาต

 น.พ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา กลุ่มงานเฝ้าระวังสอบสวนทางระบาด สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ พบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเมล็ดมันแกวต้มและเมล็ดฝิ่นต้น ทำให้อาหารเป็นพิษ มีผู้เสียชีวิต 1 คน จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการรับประทานอาหารด้วย

 น.พ.นเรศฤทธิ์ กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ รายงานว่า มีผู้ป่วยอาเจียน ถ่ายเหลวเป็นน้ำ 6 คน เสียชีวิต 1 คน โดยผู้ป่วยเป็นชาวบ้านหมู่ 10 ต.โนนเพ็ก อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ผลการสอบสวนโรคพบว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ผู้ป่วยเก็บเมล็ดมันแกวที่ปลูกบริเวณบ้าน นำมาต้มประมาณ 10-15 นาที และรับประทานในช่วงค่ำ จากนั้นอีก 4-5 ชั่วโมง ก็เริ่มอาเจียน ถ่ายเหลวเป็นน้ำ แต่ไม่ได้เข้ารับการรักษาที่ใด อาการทุเลาเอง ส่วนผู้ที่เสียชีวิตเป็นชาย อายุ 93 ปี มีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำอย่างเดียว ไม่ได้เข้ารับการรักษาและเสียชีวิต

 ทั้งนี้ มันแกวเป็นไม้เถาเลื้อย ใบคล้ายใบถั่ว ส่วนที่นำมารับประทานคือหัว (ราก) ซึ่งจะอวบ หัวมีขนาดแตกต่างตามชนิดพันธุ์ ส่วนที่เป็นเมล็ดมีสีน้ำตาลหรือแดง ลักษณะจัตุรัสแบนๆ ซึ่งในเมล็ดมีสารพิษที่ชื่อว่า โรตีโนน (routinone) หากนำมารับประทานจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ้ารับประทานมากจะกระตุ้นระบบหายใจ ต่อมากดการหายใจ ชัก อาจเสียชีวิตได้

 นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานอาหารเป็นพิษจากการรับประทานเมล็ดฝิ่นต้น ที่ จ.พิจิตร พบผู้ป่วยเป็นนักเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จำนวน 5 คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพิจิตร ส่วนใหญ่มีอาการอาเจียน ปวดศีรษะ หลังจากรับประทานเมล็ดฝิ่นต้น ซึ่งอาการดีขึ้นแล้ว แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ จากการสอบสวนพบว่า มีเพื่อนนักเรียนในกลุ่มเก็บลูกฝิ่นต้นมาจากบริเวณข้างทางของบ้านท่ามะไฟ ต.ป่ามะคาบ อ.เมือง จ.พิจิตร  4 ลูก มาลองรับประทาน หลังรับประทานประมาณ 1 ชั่วโมง เริ่มมีอาการมึนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (เอสอาร์อาร์ที) ได้เก็บตัวอย่างอาเจียนของผู้ป่วยจำนวน 5 ตัวอย่าง ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เก็บต้นฝิ่นต้น 1 ต้น ส่งตรวจที่กองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหาสารพิษ

 ทั้งนี้ “ฝิ่นต้น” หรือ มะละกอฝรั่ง ภาคเหนือเรียกว่า ต้นมะหุ่งแดง นำมาใช้ประโยชน์คือ เปลือกปรุงรับประทาน แก้อาการท้องร่วง แก้อาเจียน ในส่วนที่เป็นโทษคือ น้ำยางถูกผิวหนังจะระคายเคือง บวมแดงแสบร้อน ในเมล็ดมีสารพิษชื่อว่า แคลเซียมออกซาเลต (calcium oxalate) รับประทานทำให้กระเพาะอักเสบ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อาจมีอาการชาตามแขนขาอาจเป็นอัมพาต

จดหมายถึง บก.
พระเครื่อง
ดูดวง ประจำวัน
ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว